lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

เก็บมาเล่าคร้าา กลเม็ดแก็งค์ล้วงกระเป๋า

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
4 ปีที่ผ่านมา

จากข่าวเบื้องหลังการล้วง.......”มนตรี รุ่งรัศมี” หรือ “อ๊อด” หนุ่มใหญ่วัย 32 ปี ชาวกรุงเก่า ผู้พลิกผันจากงานชิปปิ้งมาเป็นแก๊งล้วงกระเป๋าตั้งแต่เขามีวัยเพียง 18 ปี หลังจาก ‘จุดประกาย‘ ได้ติดต่อขอให้เขาเปิดเผยเรื่องราวไว้เป็นอุทาหรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้คนใน สังคมต้องตกเป็นเหยื่อ
 
เขาทำงานเป็นชิปปิ้งในการท่าเรือแห่ง ประเทศไทย รายได้ก็ตกราวเดือนละ 8,000-9,000 บาท ซึ่งก็พออยู่ได้ เพราะเขาพักอาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตย ”อ๊อด” บอกแล้วก็เล่าต่อว่าพอเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ชีวิตก็ผกผัน รายได้ก็ลดน้อยลง จากจุดนี้เองทำให้เขาได้รู้จักเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ใกล้กัน ในชุมชนคลองเตยนั่นเอง ทุก ๆ วันเพื่อนรุ่นพี่คนนี้จะแต่งกายภูมิฐาน มีเงินใช้สอยไม่ขาดมือ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำงานอะไรเลย


กระทั่ง วันหนึ่ง หลังจากรู้จักกันมากขึ้นแล้ว เพื่อนรุ่นพี่คนนี้ก็เอ่ยปากชักชวนให้เขาเข้าร่วม “แก๊งล้วงกระเป๋า” ผมกำลังตกงาน ไม่มีเงินใช้ ก็เลยตกลงรับปากเข้าร่วมแก๊งทันที  หัวหน้าแก๊งก็จะสอนวิธีการล้วงกระเป๋าในเบื้องต้นให้ ก่อนที่จะให้เข้าร่วมปฏิบัติการล้วงกระเป๋า งานชิ้นแรกในการปฏิบัติการล้วงกระเป๋าที่ “อ๊อด” ได้รับมอบหมายก็คือ “‘กัน-ยืนบังเหยื่อไม่ให้รู้สึกตัว”   โดยหัวหน้าจะเป็นคนล้วงกระเป๋าเอง
 
“อ๊อด” บอกว่าก่อนออกปฏิบัติการแต่ละครั้ง หัวหน้าแก๊งจะเรียกสมาชิกราว 5-6 คน มาประชุมหารือนัดแนะวิธีการทำงานก่อนที่จะแบ่งหน้าที่กันทำว่าใครต้องล้วง ใครต้องบัง ใครต้องรับของที่ล้วงมาได้แล้วหลบหนี  เขาบอกว่าทุกครั้งที่พวกเขาออกปฏิบัติการ ทุกคนจะสวมเสื้อแขนยาว ผูกเนคไท ดูแล้วสะอาด ภูมิฐาน บางคนใส่สร้อยคอทองคำ สวมสร้อยข้อมือทองคำ ทำให้เห็นว่าเป็นคนมีฐานะ มีเงิน เพื่ออำพรางตัวเองไม่ให้คนสงสัยว่าเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพ

 

ช่วงเวลาลงมือก็จะเริ่มตั้งแต่ตีห้าไปจนถึงประมาณเจ็ดโมงเช้า อีกรอบตั้งแต่สี่โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึงค่ำ เพราะทั้งสองช่วงนี้ มีคนพลุกพล่าน ทุกคนจะรีบเดินทางกลับบ้าน จุดที่มีคนพลุกพล่านจะเป็นป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้า สยามสแควร์ มาบุญครอง เซ็นทรัล หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งสถานีรถไฟ สถานีขนส่งทุกจุดในกรุงเทพฯ  พูดง่ายๆ ทุกจุดที่เป็นแหล่งชุมชน
ย่านที่คนอยู่หนาแน่นและพลุกพล่าน
 
สำหรับ อุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการล้วงกระเป๋าก็จะมีกระดาษหนังสือพิมพ์ สมุด เอกสารขนาดใหญ่ ถุงกระดาษ อย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับใช้ปิดบังตอนล้วงกระเป๋า เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น  เป้าหมายของพวกเราจะเน้นผู้หญิงแต่งตัวดี สะพายกระเป๋ามีราคา ดูแล้วมีฐานะ ไม่จำกัดอายุว่าจะต้องเท่าได โดยหัวหน้าจะเป็นคนคอยเล็งดูเหยื่อว่าคนไหน ถ้าเจอเหยื่อแล้วก็จะส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมปฏิบัติการรู้ว่าผู้หญิงคน นั้นใส่เสื้อสีอะไร แล้วลูกทีมก็จะเดินทางตามประกบ ถ้าเหยื่อขึ้นรถเมล์ ลูกทีมก็จะขึ้นตามไปยืนประกบทั้งข้างหน้าข้างหลัง เพื่อไม่ให้เหยื่อขยับตัวได้ จากนั้นหัวหน้าทีมผู้มีความชำนาญการล้วงกระเป๋าก็จะเดินเข้ามาหาเหยื่อแล้ว ใช้กระดาษที่เตรียมมายกขึ้นบัง มืออีกข้างหนึ่งล้วงเข้าไปหยิบกระเป๋าเงินออกมา “ผมบอกได้เลยว่าคนล้วงกระเป๋าเป็นคนมือเบาและรวดเร็วมาก จนเหยื่อไม่รู้ตัวเลย” อ๊อดยืนยันพร้อมกับบอกว่าเมื่อทำสำเร็จแล้วทุกคนก็ทะยอยกันลงจากรถเมล์ตาม จุดต่าง ๆ ก่อนที่จะมาพบกันที่บ้านเพื่อแบ่งเงินกัน ทุกครั้งที่ทำสำเร็จหัวหน้าแก๊งจะไม่ยอมบอกว่าได้มาเท่าไร แต่จะแบ่งให้ลูกน้องคนละ 500.- - 1,000.- บาทเท่านั้น ก็แล้วแต่จำนวนเงินล้วงมาได้มากน้อยแค่ไหน บางครั้งล้วงกระเป๋ามาแล้วไม่ได้เงินเลยก็มี “รายที่ได้มากที่สุดมาจากบัตรเอทีเอ็มที่อยู่ในกระเป๋า มีหมายเลขรหัสมาด้วย ตอนนั้นไปกดเงินได้เกือบหนึ่งแสนบาท”

 

อ๊อดเล่าถึงปฏิบัติการล้วงกระเป๋าครั้งแรก โดยเขาบอกว่า เป็น ‘การเริ่มต้นฝึกน้องใหม่’ ว่า เกิดขึ้นที่ป้ายรถเมล์ ถนนพระราม 4 เพราะใกล้บ้านแล้วก็มีคนน้อย “ผมเริ่มทำงานครั้งแรกตื่นเต้น กลัวมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่ก็ต้องทำเพื่อเงิน ตอนนั้นทำกันเพียง แค่ 2 คน แต่จะมีหัวหน้าคอยสอนและชี้ให้จับเหยื่อว่าเป็นใคร คนไหน แต่งกายอย่างไร” เมื่อได้ ‘เหยื่อ’ ซึ่งเป็นผู้หญิงแล้ว เขาจะเดินตามประกบขึ้นรถเมล์ยืนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา เมื่อหัวหน้าเดินถือกระดาษหนึ่งแผ่น เข้ามายืนข้าง ๆ เหยื่อแล้วใช้มือล้วงกระเป๋าเงินไป กระทั่งเขาเองยังไม่รู้เลยว่าหัวหน้าล้วงกระเป๋าเงินไปตั้งแต่ตอนไหน “ครั้งแรกผมได้ส่วนแบ่งเพียง 500.- บาทเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าเงินที่ล้วงมาได้มีท่าไหร่” อ๊อดบอกพร้อมกับเล่าว่ากระเป๋าส่วนใหญ่ที่เขาล้วง ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อมักจะสะพายไว้ข้างลำตัวหรือไม่ก็ไพล่ไว้ข้างหลัง
 
ข้อมูล นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับคุณผู้หญิงเวลาขึ้นรถเมล์ แก๊งของอ๊อดจะปฏิบัติการล้วงกระเป๋าโดยไม่มีการกำหนดเวลาว่าวันละกี่ครั้ง บางวันทำงานแค่ครั้งเดียวได้เงินจำนวนมากก็พอใจแล้ว บางวันล้วงกระเป๋าแล้วไม่ได้เงินก็จะออกไปทำใหม่จนกว่าจะได้เงินเพียงพอ แต่จะไม่ล้วงกระเป๋าในสถานที่เดียวกันภายในวันนั้น ต้องเปลี่ยนไปทำที่อื่นแทน ถ้าล้วงกระเป๋าที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างมาบุญครองแล้วจะไม่กลับไปทำอีก ต้องไปทำที่อื่นก่อน พอผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนค่อยกลับมาหากินที่เดิมจะทำอย่าง นี้เป็นประจำ
 
ถ้าทำที่เดิมเป็นประจำจะมีคนจำหน้าได้ หรือบางทีจะมีตำรวจสายสืบอยู่ พวกมิจฉาชีพจะรู้ว่านี่คือตำรวจ ก็จะไม่ลงมือทำงาน  ‘อ๊อด’ ยอมรับว่าเคยมีบ้างเหมือนกันที่ล้วงกระเป๋าแล้วมีตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่จะมีวิธีการหลบหนีด้วยการโยนกระเป๋าที่ล้วงมาได้ให้กับเพื่อนร่วมทีมอีก คนวิ่งหลบหนีไปก่อน เพื่อนร่วมทีมที่เหลือก็จะแกล้งเดินชนตำรวจ  เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
หรือถ้าถูกจับก็ไม่มีของกลางแล้ว ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้

 

“ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานกับแก๊งล้วงกระเป๋ามาเกือบ 10 ปี ไม่เคยโดนถูกตำรวจหรือเหยื่อจับได้เลย ลูกพี่ผมเคยโดนตำรวจจับมาหลายครั้ง สุดท้ายพอออกมาได้แล้วก็มาทำเหมือนเดิมอีก เพราะพวกแก๊งล้วงกระเป๋าส่วนใหญ่จะติดเฮโรอีน เคยติดคุกมาก่อน เช่น พี่ยุทธ พี่ศักดิ์ พี่เป็ด พี่แดง พี่ปุ๊”  อ๊อดยืนยัน เขาบอกว่าแก๊งล้วงกระเป๋าส่วนใหญ่พอได้เงินมาก็ซื้อผงขาว บางคนตายเพราะฉีดเฮโรอีนเกินขนาด บางคนมีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่โต บางคนติดคุก บางคนแก่ตาย  แต่เด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามายึดอาชีพแก๊งล้วงกระเป๋าก็ทำได้ไม่ดี เพราะไม่มีใครสอนวิชาให้ ประกอบกับเด็กรุ่นใหม่ใจไม่กล้าพอที่จะทำงาน อ๊อดบอกด้วยเสียงหนักแน่นว่าตอนนี้เขาหันหลังให้กับแก๊งล้วงกระเป๋าในชุมชน คลองเตยอย่างเด็ดขาดนานแล้ว เพราะถูกเอาเปรียบจากหัวหน้าแก๊ง เนื่องจากทุกครั้งจะแบ่งให้ลูกน้องแค่คนละ 500.- -1,000.- บาทเท่านั้น โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่าหัวหน้าได้เท่าไร ลูกน้องจะถูกเอาเปรียบตลอด
 
เขา บอกทิ้งท้ายเพื่อเตือนหญิงสาวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งล้วงกระเป๋าว่าควร สังเกตผู้ชายแต่งตัวดี ดูมีฐานะ ถือหนังสือตำราเรียน กระดาษ เอกสารขนาดใหญ่ ถ้าหากเดินเข้าใกล้ให้รีบหนีทันที โดยเฉพาะช่วงเวลาเย็น จะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเวลาของแก๊งล้วงกระเป๋าออกปฏิบัติการ ถ้าอยู่บนรถเมล์หรือยืนรอรถเมล์ ถ้าหากมีคนมายืนเบียดข้าง ๆ ตลอดเวลา จะต้องระวังให้ดี นักล้วงกระเป๋ากำลังเริ่มปฏิบัติการแล้ว
 
ปฏิบัติ การล้วงกระเป๋าที่ได้รับการถ่ายทอดจากประสบการณ์ของ ’อ๊อด’ จะเป็นอุทาหรณ์เตือนให้ผู้หญิงได้มีความระมัดระวัง ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของจิ้งจอกสังคมเมืองหลวง

 

รู้ว่าใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามนะค่ะ ขอให้เป็นประโยชน์ กับลูกค้าทุกท่านนะค่ะ

ที่มา hxxp://guru.google.co.th

1
แสดงความคิดเห็นที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

ระบบสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม1,160,820 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด495,378 ครั้ง
เปิดร้าน31 ม.ค. 2556
ร้านค้าอัพเดท17 พ.ย. 2560

ติดต่อเรา

089-4757503
facebook


เข้าร่วมร้านค้า

ร้านกระเป๋าสตางค์ผู้ชาย
ร้านกระเป๋าสตางค์ผู้ชาย
/www.walletdd.com/
สมัครสมาชิกร้านนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษ
Go to Top